องค์พระประธาน    
         
 
ชมพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสยามประเทศ
 
         
      การสร้างพระพุทธรูปเป็นรูปเคารพรำลึกถึงองค์พระสัมาสัมพุทธเจ้าและธรรมที่พระองค์
ทรงตรัสรู้ และสั่งสอนเผยแพร่ ได้เริมขึ้นในแคว้นคันธารราฐประเทศอินเดียอันเป็นแหล่ง
กำเนิดแห่งพระพุทธศาสนา เมื่อประมาณเกือบ 2,000 ปี ซึ่งเป็นหลังจากที่พระพุทธองค์
ทรงดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วเป็นเวลายาวนานประมาณ 600-700 ปี
      ในชั้นต้นพุทธศาสนิกชนในอินเดียได้สร้างศาสนสถานและรูปสัญลักษณ์ขึ้นแทน
พระองค์์เพื่อสักการะบูชา เช่น  รูปธรรมจักร รูปต้นโพธิ์ หรือรอยพระพุทธบาท เป็นต้น
ด้วยในยุคแรกๆนั้นคติของชาวอินเดียยังไม่นิยมสร้างรูปเคารพเป็นรูปบุคคล ประกอบกับ
พระพุทธบรรหารซึ่งทรงแสดงไว้แก่เหล่าสาวกเมื่อก่อนเสด็จเข้าสู่พระนิพพานที่ว่าพระธรรม
จะเป็นสิ่งแทนพระองค์ต่อไป จึงยังไม่มีการสร้างพระพุทธรูปในระยะเริ่มแรกพุทธกาล
     แม้จะมีตำนานเกี่ยวกับการสร้างพระพุทธรูปซึ่งเรียกว่า พระแก่นจันทน์ ซึ่งกล่าวว่า
พระเจ้าปเสนธิโกศล ได้สร้างรูปเคารพเหมือนพระองค์ในครั้งหลังต่อไปได แต่ก็ไม่มีหลักฐาน
โบราณวัตถุ ที่ประเทศอินเดียมารับรองสอดคล้องกับตำนานพระแก่นจันทน์พอที่จะศึกษา
แบบอย่างของพระพุทธรูปได้เลย
     การสร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นรูปเคารพในระยะเริ่มแรกก็ได้สร้างลักษณะท่าทาง
เพื่อระลึกถึงพระพุทธประวัติหรือเหตุการณ์ที่สำคัญซึ่งพุทธศาสนิกชนรำลักถึง เช่น 
เมื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ก่อนตรัสรู้ก็สร้างพระพุทธรูปนั่งซ้อนพระหัตถ์เป็นกิริยาสมาธิ 
หรือเหตุการณ์เมื่อพระพุทธองค์ทรงชนะพญามารก็ทำให้เป็นพระพุทธรูปนั่งพระหัตถ์ขวาห้อย
ที่พระเพลาเพื่อแสดงว่าทรงชี้อ้างพระธรณีเป็นพยาน พระพุทธรูปทำจีบนิ้วพระหัตถ์
เป็นรูปวงกลมเป็นที่รำลึกถึงการปฐมเทศนานิ้วพระหัตถ์นั้นแทนรูปธรรมจักรหรืออาการหมุน
วงธรรมจักร ตลอดจนพระพุทธรูปนอนก็เพื่อรำลึกถึงเหตุการ์เมื่อเสด็จดับขันธ์ปริพนิพพาน
    การที่คนในยุคหลังๆ ต่อมาสร้างพระพุทธรูปเคารพรำลึกถึงพระพุทธเจ้าตามศรัทธา
และเพื่อเป็นพุทธานุสสตินั้น ก่อให้เกิดรูปปฏิมากรรมที่งดงามตามคติความนิยมของกลุ่มคน
แต่ละหมู่เหล่า มีลักษณะทางศิลปกรรมและสิ่งประกอบต่างๆ แตกต่างกันไปตามท้องถิ่น
และยุคสมัย ประกอบกับในประเทศอินเดียเอง พระพุทธศาสนาก์เกิดอยู่คู่เคียงกับศสนาอื่นๆ 
โดยเฉพาะศาสนาฮินดูหรือศาสนาพราหมณ์ ซึ่งนิยมสร้างรูปเคารพ เป็นเทพเจ้าองค์ต่างๆ 
มีกิริยาท่าทางต่างๆ หลายหลาก ชาวพุทธคงจะต้องการสร้างสรรค์รูปเคาพรในพระพุทธศสนา
เป็นรูปเคารพในพระพุทธศาสนา ให้มากๆ แพร่หลายตามอย่างเทวรูปฮินดูบ้าง แต่ติดขัด
ด้วยพระพุทธองค์มิได้ทรงมีสัตว์พาหนนะใดๆ มิได้ทรงถืออาวุธแบบใดๆ มิได้ทรงเครื่องดนตร
ีชนิดใดๆ เลย แต่ด้วยอิทธิพลของประติมากรรมรูปเคารพในศาสนาอื่นนๆ นี้เองที่พระเถระและ
พุทธศาสนิก่ชนในระยะกาลต่อๆ มาก็ได้พยายามศึกษาและรจนาพระพุทธประวัติตอนต่างๆ 
ให้มีความละเอียดขึ้น สร้างสรรค์รูปแบบเพื่อให้เกิดการสร้างพระพุทธรูปในกิริยาอาการต่างๆ 
มากขึ้น คัดเลือกพุทธประวัติ พุทธตำนาน นิทานต่างๆ เพื่อเสริมสร้างเรื่องราวที่จะสร้าง
พระพุทธรูปขึ้น อันเป็นมูลเหตุให้เกิดพระพุทธรูปปางต่างๆ ขึ้นในแต่ละเขตประเทศที่
พุทธศาสนาแพร่ไปถึงและดำรงสืบมา ไม่อาจยุติได้ว่าพระพุทธรูปปางต่างๆ จะมีทั้งหมด
เท่าใด ทั้งนี้เป็นไปตามความนิยมและความคิดของแต่ละชาติแต่ละวัฒนธรรม
     ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าเกล้าฯให้มี
การค้นคว้ารวบรวมพุทธประวัติและคัมภีร์ต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดสร้างพระพุทธรูป
ปางต่างๆให้มากขึ้น ซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงศึกษา
และคัดเลือกถวายได้ถึง 40 ปางและหลังจากนั้นต่อมาก็ยังมีผู้ที่สนใจในทางศาสนา
และทางช่างได้จัดสร้างพระพุทธรูปและค้นคว้าพุทธประวัติเพิ่มเติมเพื่อสร้างพระพุทธรูปแบบ
ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายต่อหลายปางดังที่ปรากฏอยุ่ในปัจจุบันรวมทั้งการสร้างพระพิมพ์อีก
นับร้อยแบบด้วยวัสดุที่หลากหลายต่างๆ กัน อาจกล่าวได้ว่าประเทศไทยเป้นดินแดนที่มี
พระพุทธรูปและพระพิมพ์จำนวนมากที่สุด และเป็นชนชาติทีมีความสนใจการศึกษารวบรวม
พุทธศิปะประเภทพระพุทธรูปมากที่สุดในโลก
     พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง      ตามเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของชาวไทยในแต่ละชุมชน
หรือแต่ละเมืองมักจะมีวัดสำคัญและพระพุทธรูปสำคัญซึ่งถือกันว่า ซึ่งเปรียบเสมือน
ศูนย์รวมพลังศรัทธาของคนในท้องถิ่น เป็น ศักดิ์ศรีของชาวบ้านชาวเมืองและผู้นำ
ของชุมชนนั้น  เป็นสัญญลักษณ์ของอำนาจและ บารมีแห่งเจ้าเมือง จึงปรากฏการยึดครอง
แย่งชิงพระพุทธรูปคุ่บ้านคู่เมืองโดยผู้ชนะศึกหรือผู้มีอำนาจเหนือเมืองนั้นๆ อยู่เสมอ 
หรือหลายครั้งก็เกิดกรณีที่บ้านเมืองหนึ่งยอมมอบพระพุทธรูปสำคัญให้กับอีกบ้านเมืองหนึ่ง
ซึ่งมี"บุญญาบารมีสูงกว่า"
     ด้วยเหตุผลดังนี้จึงเกิดการเดินทางย้ายถิ่นของพระพุทธรูปจากต่างบ้านต่างแดน
เป็นจำนวนมากตามครรลองแห่งเหตุการณ์บ้านเมืองนับแต่โบราณมา
    ประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครเป็นบ้านเมืองหนึ่งซึ่งมีพระพุทธรูปสำคัญ
ประดิษฐานอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาแต่เก่า
และพระพุทธรูปสำคัญจากหัวเมืองต่างๆด้วยเหตุผลที่ประเทศไทยเป็นเมืองที่พุทธศาสนา
เจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาช้านาน
    พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ไม่ว่าจะเป็นพระราชวงศ์ใดในทุกราชธานีล้วน
เป็นองค์ศาสนูปถัมภกที่ยิ่งใหญ่ การทำนุบำรุงศาสนา ศาสนวัดวาอารามนั้น
ก็เป็นพระราชกรณียกิจหลักที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ในทุกรัชกาล การสร้าง
พระพุทธรูปองค์สำคัญจึงเกิดตลอดมากทุกยุคสมัยในทุกเมืองสำคัญและจึงมีพระพุทธรูป
จำนวนมากที่ประดิษฐานในวัดวาอารามสำคัญ
ในเมืองที่เคยเป็นราชธานีเช่นสุโขทัย และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งแน่นอนว่าพระพุทธรูป
เหล่านี้ส่วนใหญ่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยพระบรมราชโองการ ผ่านฝีมือช่างหลวงที่เชี่ยวชาญ
ในงานประติมากรรมชั้นสู่ง และด้วยพลังที่เปี่ยมศรัทธาและบางองค์แม้มิใช่โดย
พระมหากษัตริย์ก็สร้างจากกำลังศรัทธาของผู้มีฐานันดรศักดิ์มีฐานะอันสูงส่งนอกจาก
พระพุทธรูปฝีมือช่างไทยแล้วยังมีพระพุทธรูปในสกุลช่างจากดินแดนอื่นๆ ที่ได้เข้ามาสู่
พระบรมโพธิสมภารแห่งพระมหากษัตริย์ไทยอีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งนับรวมเป็นพระพุทธรูป
สำคัญของไทยในปัจจุบัน อาทิ พระพุทธรูปล้านช้างหลายองค์ที่ได้รับมาเมื่อรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 
พระพุทธรูปหินภูเขาไฟจากชวาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับมา
เมื่อครั้งเสด็จประพาสอินโดนีเซีย เป็นต้น

   
พระพุทธปฏิมากรของไทย(ข้อมูลบางส่วนมาจากหนังสือ"พระพุทธรูปคู่บ้าน คู่เมือง")
เขียนโดย วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร
เพื่อให้ชนทั้งหลายได้เห็นความศรัทธาในองค์พระปฏิมากรซึ่งเป็นองค์แทน
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของพระพุทธรูปแต่ละองค์ให้ขจรกระจายไปนานแสนนาน 
         
     
  พระสมเด็จวัดเกษไชโ่ย
พระรอด
พระนางกำแพง
พระหูยาน
พระหลวงพ่อเงิน
เหรียญหลวงพ่อกลั่น
พระสมเด็จปากน้ำ
พระผงสุพรรณ
พระคง
พระวัดพลับ
พระหลวงพ่อเดิม
เหรียญหลวงปู่ศุข
หลวงปู่เผือกรุ่นขุดสระ
พระกำแพงซุ้มกอ
พระขุนแผนเคลือบ
พระร่วงรางปืน
พระหลวงปู่ภู
เหรียญหลวงพ่อโต
เหรียญหลวงปู่เอี่ยม

ที่ปรึกษาเว็บไซต์
 
  คุณพจน์ เมืองนนท์
(คุณสุพจน์  ผมทอง)
คุณกฤษ  ท่าพระจันทร์
(คุณกฤษฎา  โพธิ์เงิน)
คุณปื๊ด  ลำลูกกา
(คุณสว่าง  คำฝึกฝน)
คุณสมภพ  วิเศษฯ
(คุณสมภพ  เลาหะอัญญา)
     
  ที่ปรึกษาเรื่องกฏหมาย
ทนายอาร์ต
(คุณสหพล  สายสุวรรณ
โทร.085-348-8070
โทร.089-160-0176
 

ไหว้พระเมืองอ่างทอง
  วัดขุนอินทร์ประมูล
วัดไชโยวรวิหาร
วัดป่าโมกวรวิหาร
วัดต้นสน
วัดม่วง

ร้านเพชรก้าวหน้า
สักยันต์
 
กำปั่นพระ
แลกลิงค์พันธมิตร
ที่อยู่สำนักงานกำปั่นพระดอตคอม
บัญชีธนาคารกรุงไทย
ออมทรัพย์
สาขา วิเศษชัยชาญ ชื่อ นายมงคล พรหมเดช
เลขบัญชี138-1-18514-2
กำปั่นพระดอตคอม
7/1หมู่ 12 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง14160
โทรศัพท์.083-1211210
แฟ็กซ์.035-6294800
Tel.083-1211210
 

www.kumpunpra.com