ประวัติพระนางพญากรุวัดดาวเสด็จ
วัดดาวเสด็จ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นราชธานี นับเป็นกรุพระพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดสระบุรี มีการขุดค้นพบพระพิมพ์มากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นพระเนื้อดินเผา สันนิษฐานว่าในสมัยโบราณผู้นิยมสร้างพระพิมพ์
บรรจุกรุพระเจดีย์เพื่อเป็นการสร้างบุญกุศลต่อไปในภายภาคหน้าและเป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสหนา โดยสร้าง
จำนวน 840,000 องค์ เท่าจำนวนพระธรรมขันธ์"พระกรุวัดดาวเสด็จ"นั้น มีมากมายหลายพิมพ์ทรง อาทิ พระซุ้มกระรอก
และพระนางพญา เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นที่นิยมสะสมของบรรดานักสะสมพระเก่า โดยเฉพาะ"พระนางพญา" อาจสืบเนื่อง
จากพิมพ์ทรงคล้ายคลิงกับพระนางพญาวัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก พระยอดนิยมหนึ่งในพระชุดเบญจภาคีก็เป็นไปได้
ประกอบกับพระพุทธคุณเข้มขลังในด้านโชคลาภ เมตตามหานิยมแคล้าวคลาด และคงกระพันชาตรี
พระนางพญา กรุวัดดาวเสด็จ นับเป็นพระพิมพ์ต้นกำเนิดของพระนางกรุอื่นๆ ในจังหวัดสระบุรี มีการขุดค้นพบ
ที่พระอุโบสถเก่าใต้ฐานชุกชีและฐานของพระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระเนื้อดินเผา เนื้อค่อนข้างหยาบ สีเป็นลักษณะ
เดียวกับพระเนื้อดินเผาทั่วไป พุทธศิลปะแบบสกุลช่างอยุธยา มีพุทธลักษณะพิมพ์ทรงสามเหลี่ยมหนาลักษณะการตัดปีกมี
ทั้งตัดชิดและตัดกว้าง องค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย เช่นเดียวกับพระนางพญา จังหวัดพิษณุโลก ส่วน
พิมพ์ด้านหลังมีทั้งพิมพ์หลังเรียบและพิมพ์หลังอูม สำหรับ"พิมพ์หลังอูม" ภายในบรรจุตะกรุดสาลิกาอยู่ 1 ดอก จุดสังเกต
อยู่ที่เส้นขอบไรพระศกจะไม่ติดชัดเจน และความหนาบางขององค์พระจะใกล้เคียงกันทุกองค์ กรุวัดดาวเสด็จจะไม่มีการ
ปิดทองหรือล่องขาดเลย
พระนางกรุวัดดาวเสด็จ นับเป็นพระกรุอันทรงคุณค่า และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสระบุรี กอรปกับพุทธคุณเป็นเลิศ
ทำให้สนนราคาเช่าหาจึงค่อนข้างสูง ยิ่งเป็นพระนางพญาสีแดง พิมพ์หลังอูมด้วยแล้วนอกจากนั้น ก็จะลดหลั่นกันตาม
ความสมบูรณ์สวยงามขององค์พระ
"พระนางพญา" นอกจาก "กรุวัดดาวเสด็จ" ซึ่งถือเป็นต้นพิมพ์แล้ว จังหวัดสระบุรียังมีการขุดค้นพบอีกหลายกรุ เช่น
กรุวัดสมุหะ กรุวัดซุ้งและกรุวัดเพชร์ ฯลฯ การพิจารณาต้องสนใจศึกษาพุทธลักษณะเฉพาะที่พระนางพญาแต่ละกรุจะมี
แตกต่างกันไป อาทิ การตัดปีก การปิดทองลงชาด เป็นต้น