พระเครื่องเมืองกำแพงเพชร(พระกำแพง)
   อันพระเเครื่องของเมืองกำแพงเพชร    โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเครื่องกำแพงเพชรชุด
"ทุ่งเศรษฐี"    ซึ่งวงการนักพระเครื่องทั่วไปยกย่องให้เป็นหนึ่งในองค์เบญจภาคี
อันองค์เบญจภาคี นั้นประกอบด้วยพระเครื่อง  5 ชนิด  ที่วงการพระเครื่องเรียกว่า
"ราชาแห่งพระเครื่อง"   อันประกอบด้วย
     1. พระกำแพงทุ่งเศรษฐ ี(ซุ้มกอ, เม็ดขนุน, พลูจีบ)
     2. พระสมเด็จพุฒาจารย์(โต) วัดระฆัง
     3. พระรอดกรุมหาวัน
     4. พระผงสุพรรณ
     5. พระนางพญา
   จะเห็นว่า  พระเครื่องที่อยู่ในชุดเบญจภาคีของเมืองกำแพงเพชรนั้น
มียอดพระเครื่องเข้าอยู่ในชุดนี้ถึง   3  พิมพ์ทรง  คือพระกำแพงซุ้มกอพระกำแพงลีลา
เม็ดขนุน  พระกำแพงลีลาพลูจีบ  และพระเครื่องดังกล่าวนี้วงการนักพระเครื่อง
ถือกันว่าเป็น"หัวใจของพระเครื่อง "และกล่าวกันว่าหากท่าผู้ใดได้พระชุด  "องค์เบญจภาคี"
ได้เป็นกรรมสิทธิ   ผู้นั้นมิต้องพึงแสวงหาพระเครื่องอื่นใดอีกแล้ว  และบรรดาพระเครื่อง
ในองค์เบญจภาคีด้วยกันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า "พระเครื่องกำแพงทุ่งเศรษฐี"
เป็นพระเครื่องที่เยี่ยมที่สุด  และถ้าท่านใดศึกษาจากรายละเอียดและตำนานพระเครื่อง
กำแพงเพชรเแล้ว     อีกทั้งได้ใช้พระเครื่องของเมืองกำแพงเพชรไม่ว่าพิมพ์ทรงใดก็ตาม
ก็จะทราบได้ในพุทธคุณพระกำแพงทุ่งเศรษฐีว่าเป็นพระเครื่องที่สำคัญชั้นสูง  เยี่ยมยอด
ในพุทธคุณ

ตำนาน

    ตำบลเมืองพิษณุโลก   เมืองกำแพงเพชร  เมืองพิชัยสงคราม  เมืองพิจิตร  เมืองสุพรรณ
ว่ามีฤาษี  11  ตน ฤาษีเป็นใหญ่  3  ตน  เป็นประธานแก่ฤาษีทั้งหลาย ปรึกษากันว่า
เราท่านทั้งหลายจะเอาอันใดให้แก่พระยาศรีธรรมาโศกราช  ฤาษีทั้ง  3  จึงว่าแก่ฤาษีี  
ทั้งปวงว่าเราทำด้วยฤทธิ์ทำด้วยเครื่องประดิษฐานเงินทองไว้ฉะนี้แลองพระองค์
จึงทำเป็นเมฆพัด  อุทุมพรเป็นมฤตยทิศน์อายุ  วัฒนะพระฤาษีประดิษฐานไว้ในถ้ำใหญ่น้อย
เป็นอานุภาพแก่มนุษย์ทั้งหลาย สมณชีพราหมณาจารย์เจ้า   ไปถ้วน  5,000   พรรษา
พระฤาษีตนหนึ่งจึงว่าแก่ฤาษีทั้งปวงว่า    ท่านจงไปเอาว่านทั้งหลายอันมีฤทธิ
เอามาให้ได้  1,000  เก็บเอาเกสรไม้อันวิเศษที่มี  กฤษณา  เป็นอาทิ  ให้ได้สัก  1,000
    ครั้นเสร็จแล้วฤาษีจึงป่าวร้องเทวดาทั้งปวงให้ช่วยกันบดยาทำเป็นพระพิมพ์ไว้สถานหนึ่ง
ทำเป็นเมฆพัดสถานหนึ่งฤาษีทั้ง  3  องค์นั้นจึงบังคับฤาษีทั้งปวงให้เอาว่านทำเป็นผง
เป็นก้อนประดิษฐานด้วยมนต์คาถาให้ประสิทธิทุกอันแล้ว    จึงให้ฤาษีเอาเกสร
ไว้ใช้ตามอานุภาพเถิด  ให้ระลึกถึงพระคุณฤาษีที่สร้างไว้นั้นเถิดฤาษีไว้อุปเท่ห์ดังนี้

             ยันต์สระผม

   "แม้อันตรายสักเท่าใดก็ดี ให้นิมนต์พระใส่ศีรษะ อันตรายทั้งปวงหายสิ้นแล ถ้าจะเข้า
มารณรงค์สงครามให้เอาพระใส่น้ำมันหอมเข้าด้วยนวหรคุณ และเอาผมศักดิ์สิทธิ์
ตามความปรารถนา ถ้าผู้ใดจะประสิทธิแก่หอกดาบศัตราวุธทั้งปวง เอาพระสรงน้ำหอมแล้ว 
เสกด้วยอิติปิโสยากูราติ เสก 3 ที 7 ที แล้วใส่ขันสาริดทิษฐานตามความปรารถนาเถิด 
ถ้าผู้ใดจะใคร่มะตุคามเอาพระสรงน้ำมันหอมใส่พลูทาประสิทธิแก่คนทั้งหลาย ถ้าจะสง่าเจรจา
ให้คนเกรงกลัวเอา พระใส่น้ำมันหอมหุงขี้ผึ้งเสกด้วยนวหรคุณ 7 ที    ถ้าจะค้าขายก็ดี
ีไปทางบกทางเรือก็ดีให้นมัสการด้วยพาหุงส์ เอาพระสรงน้ำมันหอมเสกด้วยพระพุทธคุณ
อิติปิโสยากูราติ เสก 7 ที ประสิทธิแก่คนทั้งหลายแล ถ้าจะให้สวัสดีสถาพรทุกวัน
ให้เอาดอกไม้ดอกบัวบูชาทุกวัน จะปรารถนาอันใดก็ได้ทุกอันแล ถ้าผู้ใดพบพระเกสรก็ดี
พระว่านก็ด ีพระปรอท (ชิน, ตะกั่ว) ก็ดีอย่าได้ประมาทเผลออานุภาพดังกำแพงล้อม
กันภัยแก่ผู้นั้น และถ้าจะให้ความสูญเอาพระสรงน้ำมันให้ท่วมเอาด้าย 11 เส้น
ชุบน้ำมันหอมแล้วทำไส้เทียนตามถวายพระแล้วพิษฐาตามความปรารถนาเถิด ถ้าผู้ใด
จะสระหัว ให้เขียนยันต์นั้นใส่ไส้เทียนเถิด









   แล้วว่า นโม ไปจนจบ แล้วว่าพาหํแล้วว่า อิติปิโสกการ มหเชยยมงฺคลํ แล้วว่าพระเจ้าทั้ง
16 พระองค์ เอาทั้งคู่ คิริมิทิ กุรุมุทุ กรมทฺ เคเรเมเทตามแต่จะเสกเถิด 3 ที 7 ที วิเศษนัก
 ถ้าได้รู้พระคาถาบทนี้แล้ว อย่าได้กลัวอันใดเลยท่านตีค่าไว้ควรเมือง จะไปรบศึก
ก็คุ้มได้สารพัดศัตรูแลฯ
   

                            พุทธลักษณะแห่งพระเครื่องปางต่างๆ
                                        ของจังหวัดกำแพงเพชร


    พุทธปฏิมากรรมขนาดเล็ก     ที่เรียกกันว่าพระเครื่องนั้น   คณาจารย์ผู้นิมิตหมาย
ปฏิมากรรมได้กำหนดรูปแบบที่ใช้ในการสร้างพุทธปฏิมาไว้เป็นอิริยาบถต่างๆ กัน 
4 อิริยาบถ คือนั่งยืนเดินนอน  และทุกอิริยสบถมีความเป็นมาจากพุทธประวัติแต่ละตอน   
หรือแต่ละปางซึ่งในที่นี้จะขอนำมากล่าวเฉพาะ  "ปาง" ของพระเครื่องเท่าที่เห็นมีอยู่
ในจังหวัดกำแพงเพชรเท่านั้น  ทั้งนี้เพื่อจะได้ทราบพุทธลักษณะและประวัติของพระเครื่อง
แต่ละปางเพื่อจะได้มีความเข้าใจและซาบซึ้งในพุทธปฏิมากรรมแต่ละ "รูปแบบ" 
ของจังหวัดกำแพงเพชรให้ดียิ่งขึ้น

   ปางประทับนั่ง
    พุทธลักษณะแห่งพระเครื่องจังหวัดกำแพงเพชรนั้นเท่าที่มีผู้พบเห็นแล้วมีอยุ่3อิริยาบถ
คือนั่งยืนและเดินซึ่งตามรายงานกราบบังคมทูลพระพุทธเจ้าหลวงของนายชิดฯ
มหาดเล็กถึงเรื่องพระเครื่องกำแพงเพชรตอนหนึ่งเป็นข้อยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า
"สันฐานของพระพุทธรูปพิมพ์นี้ตามที่มีผู้พบเห็นแล้วมu 3 อย่าง คือ พระลีลาศ(พระเดิน)
อย่างหนึ่ง พระยืนอย่างหนึ่งและพระนั่งสมาธิอย่างหนึ่ง"พระเครื่องแต่ละปางดังกล่าวแล้ว
มีประวัติและความเป็นมาดังนี้คือ

   1.ปางมารวิชัยซึ่งแปลไว้ว่า "ปางชนะมาร" ได้แก่พุทธประวัติ ตอนที่พระพุทธองค์
ประทับอยู่เหนืออาสนะบัลลังก์ผจญพญาวัสดีและพยุหเสนามารทรงน้อมพระทัยถึงบารมีต่างๆ
ที่ได้ทรงบำเพ็ญมาแล้วในอดีตและทรงอธิษฐานปฐพีมณฑลเป็นสักขีพยาน ด้วยบารมีธรรมที่พระองค์บำเพ็ญมา
      จึงบันดาลให้พระนางธรณีผู้เป็นเทพยดา ผู้รักษาแผ่นดินมาปรากฏกายอยู่ภายใต้
อาสนะบัลลังก์อธิษฐานแล้วบีบพระเกศาเป็นอุทกธาราไหลหลั่งท่วมพระยามาร
และพลพยุหเสนา ให้ปราศนาการพ่ายแพ้ให้หมดสิ้น พระอิริยาบถตอนนี้
นั่งขัดสมาธิราบ(หรือสมาธิเพชร)พระกรซ้อยหงายฝ่าพระหัตถ์ไว้บนตักพระกรขวาวางพระหัตถ์
ไว้บนพระเพลาปลายพระหัตถ์ชี้พระธรณีเป็นพยานเป็นปางมารวิชัยหรือเรียก
กันอย่างสามัญทั่วๆไปว่า "ปางสะดุ้งมาร"

    ปางประทับยืน

   1.ปางเปิดโลก   เมื่อองค์พระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปเทศนา  
โปรดพระพุทธมารดาในชั้นดาวดึงส์เทวโลก  เมื่อครบไตรมาสพระองค์เสด็จมายังมนุษย์โลก
ในการเสด็จครั้งนี้ด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ของพระองค์ทรงบันดาลให้สรรพสัตว์  มองเห็นซึ่งกัน
และกัน  คือชาวมนุษย์โลก  เทวโลกและชาวนรกได้แลเห็นซึ่งกันและกันหมดทั้งสามโลก
อย่างชัดแจ้ง ในครั้งนั้นพุทธลักษณะตอนนี้มีพระอิริยาบถประทับยืนพระหัตถ์ซ้ายขวา
ห้อยกางออกไปพุทธอิริยาบทตอนนี้เรียกว่า  "เปิดโลก
    2.ปางประทานพรเป็นพระที่มีพุทธลักษณะคล้ายกับ "ปางห้ามญาติ"มีพระอิริยาบถประทับ
ยืนยกพระหัตถ์ขวาป้องพระหัตถ์ซ้ายห้อยแต่พระปางประทานพร ที่จะกล่าวนี้ยกพระหัตถ์ข้างใด
ข้างหนึ่งป้องไปข้างหลังหันฝ่าพระหัตถ์ห้องลงมาแบไปข้างหน้า

     ปางลีลาส

    1.ปางเสด็จากจากดาวดึงส์กล่าวคือ   เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์ไปประจำพรรษาเทศน์โปรด
พระพุทธมารดาในชั้นดาวดึงส์เทวโลก เมื่อครบไตรมาสแล้วพระองค์เสด็จมายังมนุษย์โลก
และเมื่อขณะที่เสด็จอยู่เหนือเขาสิเนรุราช   ทรงทอดพระเทนตรเห็นเครื่องสักการะบูชา
ของหมู่เทพยาดาทั้งหมื่นโลกธาตุและมนุษย์จะนับบ่มิได้   สมเด็จพระพุทธองค์ทรงยืน
ประดิษฐานเหนือรัตนบันได ท่ามกลางหมู่เทพพราหมณ์บริษัทแวดล้อมเป็นบริวารก็ทรงกระทำ
ยมคปาฏิหาริย์ซ้ำอีก  ณ  กาลบัดนั้น   พุทธอิริยาบถตอนนี้มีพระอาการก้าวย่างพระบาท
(ขวาหรือซ้าย)ไหวพระพาหา(ขวาหรือซ้าย) น้อยๆ พระกรขวาหรือซ้ายยกพระหัตถ์
เสมอพระอุระแบออก ข้างหน้านิ้วพระหัตถ์กวักเล็กน้อยพุทธลักษณะต้อนนี้นักพระเครื่อง
เรียกกันว่า "กำแพงลีลาศ" หรือ "กำแพงเขย่ง" นั่นเอง
   2.ปางตั้งสัตยาธิษฐาน ปางนี้ไม่มีพระพุทธรูปางต่างๆ แต่ท่านผู้รู้กล่าวไว้ว่า
เป็นการแสดงประวัติ ตอนที่พระมหากัสสปตั้งสัตยาธิษฐานกล่าวคือเมื่อพระพุทธเจ้า
ปรินิพพานแล้วได้ 7 วัน พระมหากัสสปได้มายังมกุฏพันธเจดีย์ พอไปถึงจึงทำ
ประทักษิณ 3 รอบถวายยังคม แล้วตั้งสัตยาธิษฐานให้พระบาททั้งสองของพระพุทธองค์
ชำแรกพระหีบทองออกมาเพื่อรองรับ การถวายบังคมแห่งตนพอจบคำอธิษฐานพระบาททั้งสอง
ของพระพุทธองค์ก็ชำแรกพระหีบทองออกมารับการถวายบังคมแล้วก็กลับเข้าไป
ในพระหีบทองดังเดิมโดยไม่มีอะไรผิดปกติเลยปางนี้เท่าที่พบเป็นพระเครื่องปางลีลาศ
ประนมมือแบบหนึ่ง และบางแบบก็เป็นลีลาศประนมมือมีดอกบัวด้วย

       สีของพระเครื่อง

       สีของพระเครื่องเมืองกำแพง  มีหลายสีแต่พระเครื่องเมืองกำแพงเพชร  ที่ปรากฏ
ออกเป็นสีต่างๆ  นั้นน่าจะมาจากสีของ  เนื้อว่านเกสรและผงต่างๆ  เช่น สีแดง
ของว่านดอกมะขามสบู่เลือดและอื่นๆ  สีเหลืองของดอกไม้นานาชนิด สีดำของผงใบลานเผา
สีขาวจากผงพระพุทธคุณ และว่านบางชนิด  จึงทำให้เกิดพระเครื่องสีต่างๆ  ขึ้นตามแต่
จะมีส่วนผสมว่านหรือเกสร หรือผงอะไรมากก็ดูออกเป็นสีนั้นๆ มากเช่น
     สีแดงมีทั้งแดงจัด (คล้ายสีครั่ง)  แดงชมพู (แดงปนขาว) แดงหม้อใหม่  (แดงปนเหลือง)
แดงคล้ำ (แดงปนดำ)
     สีดำมีทั้งดำจืด (แบบเนื้อผงใบลาน)  เทาดำ (ดำปนขาว)  ดำม่วง (ดำปนแดง)
จะมีสีคล้ายสีลูกหว้าหรือดอกมเขือเข้มๆ  
     สีเหลืองมีทั้งสีเหลืองเกษรดอกไม้ (สีพิกุลแห้ง)เหลืองจำปา  (เหลืองปนแดง) 
เหลืองอ่อนและสำหรับเหลืองปนดำทำให้เกิดสีที่สวยงาม
     อีกสีหนึ่งคือสีเขียว สีเขียวมีทั้งสีเขียวมอย(เขียวเทาๆ)  และเขียวแก่สีเขียวนี้เป็นพระ
ที่มีส่วนผสมของเนื้อว่านมากที่ผสมกับสีดำของผงใบลานเผา  เพราะถ้ามีส่วนผสม
ของผงใบลานเผาน้อยและว่านมาก  สีที่ออกมาก็เป็นสีเขียวอ่อน  ถ้าผสมใบลานเผามาก
สีที่ออกมาก็เป็นสีเขียวแก่หรือเขียวเกือบดำเลยก็มีส่วนความแกร่งของเนื้อพระนั้น
ก็เกิดจากความเก่าของเนื้อดินมากก่าที่จะเป็นหิน  เพราะพระเครื่องที่มีอายุเก่าแก่ส่วนมาก
ก็มีลักษณะเนื้อแกร่งแบบหินเกือบทั้งนั้น

      ชื่อของพระเครื่อง

     พระเครื่องกำแพงเพชรมีมากมายหลายชนิดและเรียกชื่อต่างๆ  กันเช่น
     1.เรียกชื่อตามสถานที่หรือกรุที่พระเครื่องบรรจุอยู่  เช่น  กำแพงทุ่งเศรษฐ
ี ใช้เรียกชื่อพระเครื่องทุกชนิดที่ได้จากบริเวณเมือง  เก่าฝั่งตะวันตกที่เรียกว่า "ทุ่งเศรษฐี"
     2.เรียกชื่อตามพุทธลักษณะอาการของพระ เช่น  กำแพงลีลาศ (หรือเรียกอีกอย่างว่า
"กำแพงเขย่ง" เพราะดูอาการเดินนั้น  เหมือนเขย่งพระบาทข้างหนึ่ง)  กำแพงประทานพร
กำแพงนาคปรก  เป็นต้น
     3.เรียกตามสันฐานของพระ  เช่น  กำแพงเม็ดขนุน  กำแพงพลูจีบ  กำแพงกลีบ
จำปากำแพงกลีบบัว  กำแพงเม็ดมะเคล็ด  ฯลฯ  เป็นต้น
     4.เรียกตามลักษณะประภามณฑลหรือซุ้มของพระ  เช่น  กำแพงซุ้มกอ  กำแพงซุ้มยอ
กำแพงซุ้มประตู  กำแพงซุ้มเรือนแก้ว  เป็นต้น
     5.เรียกชื่อตามเนื้อวัสดุที่ใช้สร้าง  เช่น  ว่านหน้าเงิน  ว่านหน้าทอง  และกำแพงสำริด
เป็นต้น
     6.เรียกชื่อตามจำนวนพระ เช่น กำแพงลูกแป้งเดี่ยว กำแพงลูกแป้งคู่ กำแพงสาม
กำแพงห้าพระองค์  กำแพงสิบพระชาติ  กำแพงห้าร้อย  เป็นต้น

บางส่วนของพระเครื่องเมืองกำแพงเพชร
กำแพงขาว
     
     
  พระสมเด็จวัดเกษไชโ่ย
พระรอด
พระนางกำแพง
พระหูยาน
พระหลวงพ่อเงิน
เหรียญหลวงพ่อกลั่น
พระสมเด็จปากน้ำ
พระผงสุพรรณ
พระคง
พระวัดพลับ
พระหลวงพ่อเดิม
เหรียญหลวงปู่ศุข
หลวงปู่เผือกรุ่นขุดสระ
พระกำแพงซุ้มกอ
พระขุนแผนเคลือบ
พระร่วงรางปืน
พระหลวงปู่ภู
เหรียญหลวงพ่อโต
เหรียญหลวงปู่เอี่ยม

ที่ปรึกษาเว็บไซต์
 
  คุณพจน์ เมืองนนท์
(คุณสุพจน์  ผมทอง)
คุณกฤษ  ท่าพระจันทร์
(คุณกฤษฎา  โพธิ์เงิน)
คุณปื๊ด  ลำลูกกา
(คุณสว่าง  คำฝึกฝน)
คุณสมภพ  วิเศษฯ
(คุณสมภพ  เลาหะอัญญา)
     
  ที่ปรึกษาเรื่องกฏหมาย
ทนายอาร์ต
(คุณสหพล  สายสุวรรณ
โทร.085-348-8070
โทร.089-160-0176
 

ไหว้พระเมืองอ่างทอง
  วัดขุนอินทร์ประมูล
วัดไชโยวรวิหาร
วัดป่าโมกวรวิหาร
วัดต้นสน
วัดม่วง

ร้านเพชรก้าวหน้า
สักยันต์
ติดต่อโฆษณาติดต่อ
083-1211210
แลกลิงค์พันธมิตร
กำปั่นพระ
บัญชีธนาคารกรุงไทย
ที่อยู่สำนักงานกำปั่นพระดอตคอม
ออมทรัพย์
สาขา วิเศษชัยชาญ ชื่อ นายมงคล พรหมเดช
เลขบัญชี138-1-18514-2
กำปั่นพระดอตคอม
7/1หมู่ 12 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง14160
โทรศัพท์.083-1211210
แฟ็กซ์.035-6294800
Tel.083-1211210
 

www.kumpunpra.com