ขอนอบน้อมแด่พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และขอนำเสนอชีวประวัติของท่านด้วยความเคารพ
 
วันต่อมาท่านทำใจสบายๆนอนเผลอๆ อยู่ก็ลุกขึ้นมาพอจับกุญแจและเป่าเท่านั้นมันหลุดพลั่ว
ไปเป่าดอกไหนก็หลุด ใส่ใหม่เป่าอีกก็หลุดมันหลุดง่ายเหลือเกินเป่ามาตั้งเดือนไม่หลุด
ทีนี้ไม่ต้องเป่าละเอามือไปแตะมันก็หลุด  ผลที่สุดไปซื้อกุญแจมา 30-40 ดอกเอาใส่ราวเข้า
แล้วลั่นกุญแจหมด พอเอามือแตะราวเท่านั้นกุญแจหลุดออกหมด แม้แต่กุญแจจีนก็หลุด
เป็นอันว่าเรื่องกุญแจท่านทำได้แล้วนี่เป็นวิธีการของหลวงพ่อสุ่นสอนให้ฝึกสมาธิ
เพราะหลวงพ่อสุ่นเป็นคนมีฤทธิ์ ฤทธิ์ต่างๆจะเกิดขึ้นได้เพราะอาศัยจิตเป็นสมาธิเป็นของสำคัญ
     นี่คือการฝึกสมาธิจิตขั้นต้นของหลวงพ่อปานที่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากหลวงพ่อสุ่น
วัดบางปลาหมอ หลวงพ่อสุ่นได้ทำนายหลวงพ่อปานไว้ว่า
     "ปานต้องจำไว้เอ็งจะต้องบวชต่อไปจนตลอดชีวิตนะลูกปานนะ  ไม่มีโอกาสได้สึก
เอ็งน่ะไม่ได้สึกหรอกบุญบารมีของเอ็งมีมาก เอ็งปรารถนาพุทธภูมิมามากทำมาเยอะแล้ว
ชาตินี้เป็นชาติที่สุดการบำเพ็ญบารมีชาตินี้เป็นชาติที่สุด การบำเพ็ญบารมีชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย
ต่อไปก็มีการเกิด จะตรัสเป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้น"
    หลวงพ่อสุ่นได้อบรมสั่งสอนวิปัสสนากรรมฐานให้กับหลวงพ่อปาน  ตั้งแต่เริ่มแรก
จนเกิดความชำนิชำนาญให้กับหลวงพ่อปานจนหมดหลวงพ่อเป็นผู้มีจิตใจเด็ดเดี่ยวกับสมาธิ
กล้าแข็งจะปฏิบัติอะไรก็ตามที่หลวงพ่อสุ่นอบรมสั่งสอนก็ได้รับผลสำเร็จทุกครั้ง
    หลวงพ่อสุ่นได้สาธิตให้ดูถึงการทำจิต เมื่อเป็นสมาธิแล้วสามารถจะทำอะไรให้สำเร็จได้
้ทุกอย่างเช่น
    ตักด้วยน้ำใจ ตัวเองนั่งอยู่ในกุฏิแต่ตักน้ำให้เต็มตุ่มได้
    ทำให้ฝนตก จะตกที่ไหนเมื่อไรมีขนาดพื้นที่กว้างยาวเท่าใดก็ได ้จะให้ตัวเอง
เปียกฝนหรือไม่เปียกในขณะนั้นก็ได้
    เดินบนน้ำเดินบนอากาศก็ได้
    ทำที่มืดให้สว่าง หรือจะให้ไฟไหม้ที่ใดก็ได้
    สามารถที่จะใช้อำนาจน้ำอำนาจลมอำนาจไฟ อำนาจดินคือธาตุทั้ง 4 
ให้เกิดคุณประโยชน์ได้ทั้งนั้น
    เมื่อหลวงพ่อสุ่นสาธิตวิธีการต่างๆ ให้ดูเสร็จแล้วหลวงพ่อปานก็เริ่มปฏิบัติตามคำสั่ง
อย่างเคร่งครัดด้วยอำนาจจิตอันกล้าแข็งของท่าน ท่านก็ทำได้ตามที่สั่งสอนทุกอย่าง
หลวงพ่อสุ่นจึงสรุปเป็นข้อเตือนใจว่า
    "การแสดงฤทธิ์นั้น ลูกปานทำได้แล้วจงจำไว้ว่า อย่าให้ชาวบ้านเขาเห็น ถ้าชาวบ้าน
เขาเห็นเป็นโทษตามที่พระพุทธเจ้าทรงห้าม"
    หลวงพ่อสุ่นท่านทราบว่า หลวงพ่อปานนั้นชอบในทางหมอท่านก็สอนว่า
    "การเป็นหมอนั้นบังคับไม่ให้คนตายไม่ได้ หมอเป็นเพียงผู้ระงับทุกข์เวทนาเท่านั้น
และจงจำไว้ว่าเมื่อคนไข้มาขอรับการรักษาจากเรานั้นจะต้องตรวจดูว่าเขาเป็นโรคอะไร
ถ้าเราสงสัยเราต้องทำร่างกายของคนไข้ให้เป็นอากาศให้มันเป็นช่องว่าง แล้วก็อธิษฐาน
ให้ตัวโรคจงปรากฏ แล้วเราก็ทำใจของเราให้สว่างมองเห็นโรคได้ชัดโรคที่มันเป็นจริงๆ
มันเป็นตรงไหนอาการเป็นอย่างไรจะรักษาให้หายอย่างไรมันเป็นเรื่องของทิพยจักขุญาณ"
    ท่านสอนให้รู้สภาพของอากาสานัญจายตนะ ว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรมันสลายตัวหมด
ว่างหมดไม่มี ไม่ว่าจะเป็นก่อไผ่ ต้นไม ้ภูเขา บ้านเรือน ตลอดจนสัตว์ในโลกที่เกิดมาในที่สุด
มันก็มีอาการพังเหมือนอากาศมันมีสภาพว่างไม่ว่าจะเป็นอากาศหรือดินอากาศกสิณ
ี้ ถ้าที่ไหนอากาศไม่บริสุทธิ์เราก็ทำให้บริสุทธิ์ได้ที่ไหนมีเครื่องปิดบังเราก็ใช้อากาศกสิณ
เป็นเครื่องทำลายไม่ว่าจะเป็นกำแพงหีบห่อเครื่องห่อหุ้มที่ปิดบังอยู่เราก็สามารถจะเห็น
ของในนั้นได้คือเพิกมันออกไปเสียให้ของที่ปิดบังอยู่นั้นเป็นอากาศไปมันก็จะเกิดความว่าง
มันเกิดความว่างแล้วเราก็ใช้อาโลกสิณเข้าไปดูก็จะเห็นแม้แต่เชื้อโรคในร่างกายของเรา
ก็เห็นได้ชัดเห็นทุกอย่างที่มันเป็นความจริงนอกจากนั้นอาโลกสิณหรืออากาศกสิณก็ดี
ปถวิกสิณก็ดก็ยังใช้เป็นญานได้หลายอย่างญานเครื่องรู้คือทิพยจักขุญานเราสามารถที่ีจะเห็นผี
เห็นเทวดาเห็นพรหมเห็นสิตว์นรกได้ทุกอย่าง
   หลวงพ่อสุ่นได้อบรมสั่งสอนในเรื่องกสิณต่างๆให้กับหลวงพ่อปานจนหมด และหลวงพ่อปาน
ก็สามารถรับไว้และทำได้หมดทุกอย่าง อีกด้วยโดยใช้เวลาเพียงในพรรษาแรกเท่านั้น
 ในเรื่องอภิญญาหกและวิชาสามหลวงพ่อปานคล่องหมด เพราะท่านเป็นคำทำอะไรทำจริง
มีสมาธิจิตมั่นคงมาก
   เมื่อออกพรรษาแล้วหลวงพ่อสุ่น ก็บอกให้หลวงพ่อปานออกธุดงค์โดยการปล่อยเดี่ยว
 สมัยนั้นเขานิยมไปธุดงค์กันแถวๆ ปราจีน เพราะที่นั่นมีต้นมหาโพธิ์สำหรับพระไปไหว้
้เพราะตั้งใจกำหนดเอาว่าท่านทรงบรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญานที่ต้นมหาโพธ ิ์
ท่านจึงตั้งใจจะไปนมัสการที่นั่นในเขตตะวันออก เช่น นครนายก ปราจีนบุรี

   เมื่อท่านธุดงค์เรียบร้อย ท่านก็ไปเรียนวิชาคาถาอาคมอีกหลายอาจารย์ เช่น พระอาจารย์จีน
วัดเจ้าเจ็ด หลวงพ่อปั้น วัดพิกุลโสกันต ์อาจารย์เจิ่น วัดสระเกศ ท่านอาจารย์แจง
เป็นฆราวาสชาวสวรรคโลก หลวงพ่อเนียม วัดน้อยสุพรรณบุรี และยังมีอีกหลายอาจารย์ 
์หลังจากที่หลวงพ่อปานไปเรียนเรียบร้อยแล้วถึง 3 ปีท่านก็คิดถึงโยมบิดา จึงเดินทางกลับ
วัดบางนมโค พร้อมกับความรู้ที่ได้รับมา ท่านก็เอาความรู้ที่เรียนมามาช่าวยเหลือชาวบ้าน 
โดยการรักษาโรคทุกชนิดด้วยพระพุทธคุณ แล้วก็ต้องรดน้ำมนต์หรือกินอีกด้วย 
และแล้วหลวงพ่อปานก็ได้ซ่อมแซมวัดและก่อสร้างอื่นๆอีกด้วย

                 (คัดมาจากหนังสืออนุสรณ์ 100 ปีของหลวงพ่อปาน)

 
วัตถุมงคลของหลวงพ่อ
     
 

หลวงพ่อปาน
หลวงพ่อพักตร์
หลวงปู่บุญ
หลวงพ่อคำ
หลวงพ่อนุ่ม
หลวงพ่อทรง
ฆราวาสหมอน้อย


 
ที่ปรึกษาเว็บไซต์
 
  คุณพจน์ เมืองนนท์
(คุณสุพจน์  ผมทอง)
คุณกฤษ  ท่าพระจันทร์
(คุณกฤษฎา  โพธิ์เงิน)
คุณปื๊ด  ลำลูกกา
(คุณสว่าง  คำฝึกฝน)
คุณสมภพ  วิเศษฯ
(คุณสมภพ  เลาหะอัญญา)
     
  ที่ปรึกษาเรื่องกฏหมาย
ทนายอาร์ต
(คุณสหพล  สายสุวรรณ
โทร.085-348-8070
โทร.089-160-0176
 

ไหว้พระเมืองอ่างทอง
  วัดขุนอินทร์ประมูล
วัดไชโยวรวิหาร
วัดป่าโมกวรวิหาร
วัดต้นสน
วัดม่วง

ร้านเพชรก้าวหน้า
สักยันต์
 
แลกลิงค์พันธมิตร
 








โทร.083-121-1210
กำปั่นพระ
บัญชีธนาคารกรุงไทย
ที่อยู่สำนักงานกำปั่นพระดอตคอม
ออมทรัพย์
สาขา วิเศษชัยชาญ ชื่อ นายมงคล พรหมเดช
เลขบัญชี138-1-18514-2
กำปั่นพระดอตคอม
7/1หมู่ 12 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง14160
โทรศัพท์.083-1211210
แฟ็กซ์.035-6294800
Tel.083-1211210
 

www.kumpunpra.com