ขอนอบน้อมพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ขอนำเสนอชีวประวัติของท่านด้วยความเคารพ
 
จึงเป็นที่หวงแหนของลูกศิษย์ลูกหายิ่งนัก  เพราะสร้างขึ้นมาทีละตัวนำเบี้ยมาบรรจุปรอท
อุดด้วยชันโรงบรรจุตะกรุดแล้วตีแผ่นตะกั่วหุ้มถักด้วยเชือกหรือด้ายหุ้มตัวเบี้ยเสร็จแล้วนำมา
ลงรักปิดทอง
      อำนาจความศักดิ์สิทธิ์ของเบี้ยแก้นั้นเป็นเครื่องรางของขลังที่ใช้ได้ดีในทุกด้าน  
ไม่ว่าจะอยู่ยงคงกระพันเมตตามหานิยมโชคลาภ  แต่หากพูดถึงพุทธคุณที่โดดเด่นของเบี้ยแก้
คือป้องกันการกระทำคุณไสย์ได้ทุกชนิดรวมทั้งเสน่ห์และวิญญาณร้าย   ประเภทภูติผีปีศาจ 
จะเห็นได้ว่าความศักดิ์สิทธิ์ของเบี้ยแก้นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายประการ คนโบราณเวลาเดินทาง
ไปไหนมาไหนมักจะมีเบี้ยแก้พกติดตัวไว้เสมอ โดยการแขวนร้อยเข้ากับเชือกคาดเอว
เหมือนตะกรุด
       ตำนานการสร้างเบี้ยแก้การสร้างเบี้ยแก้จะเริมมีการสร้างตั้งแต่ครั้งใดนั้น  ไม่มีใคร
สามารถคาดเดาเพราะไม่สามารถสืบหาหลักฐานที่แน่ชัดมาสนับสนุน  เท่าที่สามารถ
สืบเสาะได้ในปัจจุบันก็ได้จากพระคณาจารย์ต่างๆที่ได้มีการสร้างเบี้ยแก้ขึ้นจนปรากฏกิตติคุณ
ชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั่วไปเช่นหลวงปู่รอดวัดนายโรง,หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว,
หลวงพ่อพักวัดโบสถ์,หลวงพ่อนุ่มวัดนางใน,หลวงปู่คำวัดโพิ์ปล้ำเป็นต้น  ซึ่งแต่ละท่าน
ต่างก็มีที่มาที่ไปของวิชาการทำเบี้ยแก้แตกต่างกันไป   ตามที่ได้รับถ่ายทอดมาและร่ำเรียนมา
    แต่อย่างไรก็ตามเคยมีท่านผู้รู้บางท่านเคยตั้งข้อสังเกตหรือสันนิษฐานไว้น่าสนใจ  ว่าตำรา
การสร้างเบี้ยแก้นี้นั้นคงเป็นหนึ่งในหลายๆสรรพวิชาของสำนักวัดประดู่ในทรงธรรม อันเป็น
สำนักพุทธาคมที่มีชื่อเสียงมาแต่ครั้งยุคกรุงศรีอยุธยา ต่อมาตำราการสร้งเบี้ยแก้คงมี
การสืบทอดแพร่หลายขยายไปยังสำนักต่างๆและได้รับการถ่ายทอดมาถึงยุคปัจจุบันของสาย
สมเด็จพระวันรัตวัดป่าแก้วที่บางอย่างนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดประดู่ในทรงธรรมและบางอย่าง
ตกทอดมาอยู่กรุงเทพฯ เช่น  ตำราการสร้างพระกริ่ง  เป็นต้น
     การสร้างเบี้ยแก้ของวัดกลางบางแก้ว  เบี้ยแก้ของสำนักวัดกลางบางแก้วเป็นเครื่องราง
ของขลังที่สร้างชื่อเสียงให้กับสำนักนี้ควบคู่กันมากับยาวาสนาหรือยาจินดามณี  มีการสร้าง
ติดต่อกันมายาวนาน  นับตั้งแต่สมัยหลวงปู่บุญ เป็นต้นมา (บางกระแสกล่าวว่าพระปลัดทอง
ผู้เป็นอาจารย์
ของท่าน    ก็มีการสร้างเบี้ยแก้เช่นกัน)และได้มีการสืบทอดวิชานี้มาจนถึงปัจจุบัน
    หลวงปู่แขก วัดบางบำหรุ  หลวงปู่แขกท่านเป็นพระผู้เฒ่าที่ประวัติความเป็นมาไม่อาจ
สืบเสาะได้ชัดเจน ทราบเพียงว่าช่วงระยะหนึ่ง  ท่านได้มาพำนักจำพรรษาที่วัดบางบำหรุ 
และช่วงนั้นหลวงปู่รอดวัดนายโรงปรมาจารย์ผู้เข้มขลังในการสร้างเบี้ยแก้อีกองค์หนึ่ง  
ได้จำพรรษาอยู่วัดบางบำหรุเช่นกันจึงได้ศึกษาวิชาการทำเบี้ยแก้จากหลวงปู่แขก  
 เพราะตามประวัติแล้วหลวงปู่รอดได้บวช  ณ วัดนี้ก่อนย้ายไปอยู่วัดนายโรง
    ซึ่งสายสัมพันธ์ของการศึกษาในสายนี้ของหลวงปู่บุญ  ท่านได้มีโอกาสเรียน
จากหลวงปู่แขกเมื่อใดยากที่จะประมาณการได้ส่วนกับหลวงปู่รอด วัดนายโรงนั้นน่าจะเป็น
การเรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมต่อจากหลวงปู่แขก ให้มีความชำนาญมากยิ่งขึ้นโดยหลวงปู่รอด
เป็นศิษย์ผู้พี่เพราะท่านมีอายุมากกว่าหลวงปู่บุญหลายปีและสามารถเรียกได้ว่าศิษย์ร่วมสำนัก
นอกจากพระคณาจารย์สององค์ดังกล่าว   แล้วท่านยังได้ศึกษาเพิ่มเติมจากฆราวาสท่านหนึ่ง
ซึ่งเป็นชาวมอญที่มาจอดเรืออยู่บริเวณหน้าวัด  และสุดท้ายคือจากตำหรับตำราต่างๆ
ที่ท่านได้มาจากวัดประดูฯเป็นต้น

    องค์ประกอบในการสร้างเบี้ยแก้วัดกลางบางแก้วองค์ประกอบหรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้
ในการสร้างเบี้ยแก้ที่สำคัญมี  4  ชนิดคือ
    1.เบี้ยจั่นเป็นหอยทะเลชนิดหนึ่งประเภทหอยเบี้ยด้านหลังจะมีสีน้ำตาลแก่ลายสีน้ำตาลแก่
ลายสีน้ำตาลอ่อนเป็นจุดๆด้านท้องปากหอยมีลักษณะคล้ายฟันเป็นซี่ๆ ตามแนวยาวการเลือก
เบี้ยจั่นที่จะนำมาทำเป็นเบี้ยแก้นั้นต้องเลือกเบี้ยที่มีซี่ฟันครบ 32 ซี่และมีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่
จนเกินไป พอเหมาะในการที่จะบรรจุปรอทได้น้ำหนักที่ 1 บาท
    2.ปรอทเป็นโลหะเหลวชนิดหนึ่งมีสีขาวบริสุทธ ิ์กรรมวิธีการดักปรอทของคนโบราณ   นิยม
ใช้ไข่เน่าเอาเข็มเจาะเป็นรูเล็กๆ  แล้วนำไปวางไว้ตามบ่อน้ำครำทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน แล้วจึงนำ
ไข่ขึ้นมาจะมีปรอทเข้าไปอยู่ในไข่เน่าแต่ปัจจุบันมักนิยมไปซื้อปรอทจากร้านเคมีภัณฑ์มาทำ
    3.ชันโรงใต้ดินตัวชันโรงเป็นแมลงที่มีลักษณะคล้ายผึ้งแต่เล็กกว่าผึ้งมากชอบกินน้ำหวาน
จากเกสรดอกไม้มักจะอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่มตามสถานที่ๆ มีความเงิยบสงบต่างๆ เช่นริม
หน้าต่างโบสถ์วิหารศาลาโรงธรรมเป็นต้นเพราะไม่ชอบให้ใครไปรบกวนเมื่อถ่ายออกมาจะมี
กลิ่นหอมและตัวชันโรงจะนำมาทำเป็นรังของมันเองมีลักษณะคล้ายๆกับครั่งโบราณจารย์ท่าน
นิยมใช้ชันโรงใต้ดินมาเป็นส่วนประกอบในการทำเบี้ยแก้
    4.แผ่นตะกั่ว,ผ้าแดงแผ่นตะกั่วใช้สำหรับตีหุ้มตัวเบี้ยที่ผ่านการบรรจะปรอทและปิดทับด้วย
ชันโรงเรียบร้อยแล้วอีกทั้งใช้สำหรับลงอักขระเลขยันต์ต่างๆ   ส่วนผ้าแดงใช้สำหรับลงอักขระ
เลขยันต์อีกครั้ง   ก่อนนำไปถักเชือกลงรักปิดทองในลำดับสุดท้าย

   กรรมวิธีการสร้าง
   เมื่อได้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ  ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วคณาจารย์ผู้สร้างจะเอาปรอทเทลง
ไว้ในฝ่ามือแล้วจึงบริกรรมเวทย์มนต์จนจบแล้วจึงบริกรรมอีกบทหนึ่ง   ขณะกรอกปรอท
ลงในตัวเบี้ยโดยให้ปรอทวิ่งลงตรงร่องระหว่างฝ่ามือ่ตรงรอยพับใต้นิ้วก้อยลงมาเล็กน้อย   
สำหรับหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้วมีคำเล่าขานสืบต่อกันมานั้น  กล่าวว่าท่านจะเสกปรอท
จนวิ่งเข้าหาตัวเบี้ยได้เองขณะเอาปากหอยมาจ่อตรงร่องฝ่ามือเสมอกัน   ปรอทจะวิ่งเข้าหา
ตัวเบี้ยได้เองขณะเอาปากหอยมาจ่อตรงร่องฝ่ามือเสมอกันปรอทจะวิ่งเข้าหาโดยที่ท่าน
ไม่ได้ยกมือให้ขึ้นสูงแต่ประการใด
     เมื่อผ่านขั้นตอนการบรรจุปรอทเข้าตัวเบี้ยแล้ว    จะใช้ชันโรงใต้ดินอุดปากเบี้ยไว้กันปรอท
ไหลกลับคืนออกมาต่อจากนั้นนำเบี้ยดังกล่าวไปตีหุ้มด้วยแผ่นตะกั่วให้เรียบร้อยสวยงามตาม
ลักษณะของเบี้ยจั่นที่นำมาทำเป็นเบี้ยแก้แล้วจึงลงอักขระเลขยันต์โดยเบี้ยแก้สาย
วัดกลางบางแก้วนั้นใต้ท้องเบี้ยเป็น   ยันต์พุทซ้อน   หรือนะหน้าทอง   อันได้แก่
พระเจ้า 5 พระองค์คือ นะ โม พุทธา ยะ ด้านซ้ายมือลงด้วยตัว อัง แต่บางลูกอาจมียันต์กำเนิด
เฑาะสมาธิหรือเพาะมหาอุด
เป็นหลักใหญ่ บางลูกก็ลงอักขระด้วยยันต์เฑาะขัดสมาธิข้างซ้ายลงตัว มะข้างขวาลงตัว  
อะ ด้านบนลงตัว อุ  หลังจากนั้นลงอักขระบนผ้าแดงห่อหุ้มอีกชั้นหนึ่ง  ก่อนนำไปถักเชือกหุ้ม
ทับหมดทั้งตัวอีกชั้นหนึ่ง  จากนั้นเอาไปลงรักปิดทับชั้นนอกอีกทีเพื่อเป็นการรักษาสภาพ   
โดยปกติเบี้ยแก้สำนักนี้จะมีการสอดห่วงทองแดงไว้บริเวณท้องเบี้ยเพื่อใช้สำหรับร้อยเชือก
คาดเอว
    ขั้นตอนสุดท้ายคือการปลุกเสกเบี้ยแก้   ให้มีมหิทธานุภาพตามโบราณกาล   การปลุกเสก
เบี้ยแก้ของสำนักวัดกลางบางแก้วนั้น   กล่าวไว้ว่าต้องปลุกเสกเบี้ยแก้ให้เคลื่อนไหวได้จริง
เสียก่อนที่จะนำออกมาแจกจ่ายให้ศิษยานุศิษย์ทั้งหลายทั้งปวงต่อไป
     ลักษณะการถักเชือกหุ้มตัวเบี้ยของสายวัดกลางบางแก้วนั้นปกติที่พบเห็นเป็นสากลนิยม
จะเป็นการถักหุ้มตลอดทั้งตัวเป็นลายถักเรียบๆสม่ำเสมอกันตลอดตัววนจากหลังเบี้ยลงสู่
ท้องเบี้ยซึ่งเป็นลายถักมาตรฐานของเบี้ยแก้สำนักนี้
วัตถุมงคลของหลวงปู่
พระสมาธิเพชรซุ้มเรือนแก้ว เหรียญหล่อซุ้มกระจัง พระเศียรโล้นสะดุ้งกลับ
พระเศียรโล้นสะดุ้งกลับ พระสมาธิเพชรซุ้มเรือนแก้ว เหรียญหล่อซุ้มกระจัง พระเศียรโล้นสะดุ้งกลับ
พระชัยวัฒน์พิมพ์ชะลูด พระชัยวัฒน์พิมพ์ชะลูด เบี้ยแก้ เบี้ยแก้
     
 

หลวงพ่อปาน
หลวงพ่อพักตร์
หลวงปู่บุญ
หลวงพ่อคำ
หลวงพ่อนุ่ม
หลวงพ่อทรง
ฆราวาสหมอน้อย


 
ที่ปรึกษาเว็บไซต์
 
  คุณพจน์ เมืองนนท์
(คุณสุพจน์  ผมทอง)
คุณกฤษ  ท่าพระจันทร์
(คุณกฤษฎา  โพธิ์เงิน)
คุณปื๊ด  ลำลูกกา
(คุณสว่าง  คำฝึกฝน)
คุณสมภพ  วิเศษฯ
(คุณสมภพ  เลาหะอัญญา)
     
  ที่ปรึกษาเรื่องกฏหมาย
ทนายอาร์ต
(คุณสหพล  สายสุวรรณ
โทร.085-346-8070
โทร.089-162-0176
 

ไหว้พระเมืองอ่างทอง
  วัดขุนอินทร์ประมูล
วัดไชโยวรวิหาร
วัดป่าโมกวรวิหาร
วัดต้นสน
วัดม่วง

ร้านเพชรก้าวหน้า
สักยันต์
 
แลกลิงค์พันธมิตร
 








โทร.083-121-1210
กำปั่นพระ
บัญชีธนาคารกรุงไทย
ที่อยู่สำนักงานกำปั่นพระดอตคอม
ออมทรัพย์
สาขา วิเศษชัยชาญ ชื่อ นายมงคล พรหมเดช
เลขบัญชี138-1-18514-2
กำปั่นพระดอตคอม
7/1หมู่ 12 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง14160
โทรศัพท์.083-1211210
แฟ็กซ์.035-6294800
Tel.083-1211210
 

www.kumpunpra.com