ประวัติ
เดิมชื่อ ทรง วารีรักษ์ เกิดวันอังคารที่ 11 กรกฏาคม พ.ศ. 2466 บิดาของท่าน
มีนามว่า จัน มารดานามว่า กอง วารีรักษ์ เกิดที่บ้านม่วงเตี้ย ตำบลม่วงเตี้ย
อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หลวงพ่อเรียนจบชั้นประถมปีที่ 6
ที่โรงเรียนวัดยางมณี
เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทที่วัดยางมณี เลขที่ 1 ต.ม่วงเตี้ย อ.วิเศษชัยชาญ
จ.อ่างทอง เมื่อวันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2486 เดือน 5 ปีมะแม
พระอธิการชวน (พระครูสุกิจวิชาญ)เป็นอุปัชฌาย์
พระอธิการสุวรรณ วัดไร่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พระอธิการชั้ว วัดตูม เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ตำแหน่งต่างๆในทางคณะสงฆ์
พ.ศ. 2513 ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดศาลาดิน
พ.ศ. 2525 เป็นเจ้าคณะตำบลม่วงเตี้ย
พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานเป็นพระครูสัญญบัตรชั้นโท ในราชทินนามที่
พระครูสุภัทรธรรมโสภณ
พ.ศ. 2547 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลม่วงเตี้ย ชีวะประวัติ ในวัยเยาว์หลวงพ่อเป็นคนใฝ่รู้ในด้านต่างๆ เสมอมา ช่วยบิดา
ทำมาหากินมาตลอด และมีจิตใจฝักใฝ่ในทางพระศาสนา ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนจบ ป.6
ในสมัยนั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะจบแค่ป.4 จึงเป็นการเรียนจบที่สูงสามารถ
เป็นครูสอนตาม-
โรงเรียนได้
จนมาถึงวัยครบ 20 ปี หลวงพ่อก็ตั้งใจบวชทดแทนคุณมารดาบิดา แต่ในใจส่วนลึก
ของหลวงพ่อนั้น ตั้งใจศึกษาในด้านพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ทั้งในด้านธรรมะ
ด้านการสวดมนต์ ด้านพุทธาคมพระเวทย์
หลวงพ่อได้ศึกษาพิธีกรรมการปลุกเสกวัตถุมงคลที่จะทำให้เกิดความเข้มขลัง
แก่ผู้ที่ได้นำไปใช้ในทางสุจริต
หลวงพ่อสวดพระปาฏิโมกข์ได้ ซึ่งเป็นบทที่สวดได้ยาก
ผู้ที่สวดได้จะต้องเป็นผู้มีบุญญาธิการ
เพราะต้องนั่งสวดให้พระฟัง จะเป็นพระผู้ใหญ่ระดับใดก็ต้องนั่งต่ำกว่า ถ้าไม่มีบุญกุศล
แล้วจะทำให้ผู้สวดต้องมีอันเป็นไปต่างๆ เช่น สึกหาลาเพศ สติวิปลาสได้ หลวงพ่อได้ศึกษา
วิทยาคมกับหลวงพ่อดังๆ ในยุคนั้น หลายรูปด้วยกัน
เช่น การทำเบี้ยแก้ หลวงพ่อได้ศึกษาจากตำราที่สืบทอดของหลวงพ่อพัก วัดโบสถ์
จอมขมังเวทย์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการทำเบี้ยแก้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นที่ต้องการหาเช่า
กันในปัจจุบัน หลวงพ่อได้ศึกษาและเรียนเคล็ดวิชามาเป็นอย่างดีทำให้หลวงพ่อทรง
มีความเชี่ยวชาญในการทำเบี้ยแก้ สนนราคาก็สูง ถึงแม้จะเป็นของใหม่ก็ตาม
ทำให้คิดได้ว่าราคาจะสูงขึ้นไปอีกอย่างไม่ต้องสงสัย
หลวงพ่อยังได้ศึกษาจากพระอุปัชฌาย์คือ พระครูสุกิจวิชาญ(หลวงพ่อชวน)
ที่มีความเชี่ยวชาญการทำเชือกกล้วยคาดเอว ซึ่งเป็นที่เรื่องลือในแถวบ้านย่านนั้น
เรื่องไฟไม่ไหม้
หลวงพ่อนุ่ม วัดนางในและหลวงปู่คำ วัดโพธิ์ปล้ำ ที่เป็นเกจิอาจารย์ในอดีต
ซึ่งมีจิตสมาธิที่เข้มขลัง ผู้ที่ได้รับวัตถุของท่านแล้วจะเป็นผู้ที่แคล้วคลาด
ในภยันอันตรายต่างๆ หลวงพ่อก็ได้มีโอกาสศึกษาและได้รับคำแนะนำด้วย
ยุคนี้หลวงพ่อทรง วัดศาลาดิน(มอญ) เป็นเกจิอาจารย์เรืองเวทย์เพียงหนึ่งเดียว
ของจังหวัดอ่างทอง วัดถุมงคลของท่านนั้นได้ทำหลายอย่าง แต่ละอย่างเป็นที่ศรัทธา
เสาะหาของประชาชนทั่วไป แต่ที่มีความเข้มขลังที่สุดได้แก่ เหรียญรุ่นแรก เนื้ออัลปากร้า
พ.ศ.2513 และ เบี้ยแก้ซึ่งเป็นเครื่องรางอันมหัศจรรย์ยิ่งที่บุคคลใดมีไว้แล้ว
จะมีความปลอดภัยแคล้วคลาดเมตตามหานิยม
ปัจจุบันหลวงพ่อได้มรณะภาพเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2550 ด้วยอาการอันสงบ
เวลา 22.50 น. สิริอายุได้ 84 ปี 8 เดือน 64 พรรษา สังขารของท่านเก็บไว้ที่วัดศาลาดิน
ผู้ที่เคารพในตัวหลวงพ่อขอเชิญไปสักการะได้ที่วัดนะครับ |