ไหว้พระเมืองอ่างทอง

    










วัดป่าโมกวรวิหาร

 

ตั้งอยู่อำเภอป่าโมก   ตามพงศาวดารเมืองเหนือกล่าวว่า วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัพระพุทธไสยาสน์เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะสุโขทัย วัดนี้เป็นวัดสำคัญมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ครั้งสงครามยุทธหัตถี เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จกรีฑาทัพไปรบกับพระมหาอุปราชา   พระองค์ได้เสด็จมาชุมนุมพล และสักการะพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกข์นี้ พระองค์ได้ประทับพักแรมและทรงสุบินนิมิตรว่า ได้ทรงลุยน้ำไปพบจระเข้ ได้ทรงต่อสู้กับจระเข้ และทรงฆ่าจระเข้ตาย   ต่อมา เมื่อทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาก็ทรงมีชัย ทรงใช้พระแสงของ้าวฟันพระมหาอุปราชา สิ้นพระชนม์บนคอช้าง
            ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2271 ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ   กระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เซาะตลิ่งทะลายลงมาตามลำดับ จนใกล้ที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ จึงได้โปรดเกล้า ฯ ให้ชะลอองค์พระออกมาห่างจากตลิ่ง ให้พ้นเขตน้ำเซาะ และได้สร้างอาคารเสนาสนะขึ้นใหม่ ได้แก่ พระอุโบสถและวิหารพระพุทธไสยาสน์ วิหารเขียน ยังปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน
            ตามพงศาวดารเมืองเหนือได้กล่าวถึงวัดป่าโมกอยู่ตอนหนึ่งว่า พระมหาเถรไลลายได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธตุ ของพระพุทธเจ้า 650 พระองค์ กับ ต้นพระศรีมหาโพธิ 2 ต้น มาจากเมืองลังกา และได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในองค์พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก 36 พระองค์
            ตามพระราชพงศาวดารกล่าวว่า   เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1480  พระมหาพุทธสาคร เชื้อพระวงศ์กษัตริย์ทางเมืองเหนือ   ได้ทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระพุทธไสยาสน์องค์นี้   จึงประมวลเรื่องได้ว่า เมื่อ ปี พ.ศ. 1480 พระมหาพุทธสาคร   กษัตริย์ทางภาคเหนือ และพระมหาเถรไลลาย ได้ร่วมกันบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ในพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก

 

 

 

 

 

 

พระวิหารพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกวรวิหาร
            อยู่ที่อำเภอป่าโมก   สร้างในรัชสมัยพระเจ้าท้ายสระ   ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย   ก่ออิฐถือปูนเครื่องบนเป็นไม้   รูปทรงฐานและหลังคาโค้ง   ทรงสำเภา หรือโค้งท้องช้าง   ผนังด้านตะวันออกเจาะเป็นช่องประตู 1 ช่อง ตรงกับฉนวนทางเข้าพระวิหาร ที่เหลือเจาะเป็นช่องหน้าต่างรวม 6 ช่อง   มีเพิงหลังคาคลุมโดยมีเสากลมรองรับสี่ต้น   ปลายเสาประดับด้วยบัวกลุ่ม ผนังด้านทิศใต้ทึบ   หลังคาทำเป็นสองชั้นซ้อน 3 ชั้น ลด   มุงด้วยกระเบื้องกาบกล้วยดินเผาชนิดไม่เคลือบ   กระเบื้องเชิงชายเป็นลายนูนริ้วคล้ายใบไม้   หลังคาประดับช่อฟ้าใบระกา หางหงส์   หน้าบันทั้งสองด้าน เป็นเครื่องไม้คั่นตัว เป็นลายประกน   ระหว่างช่องประกนประดับลวดลายเฉพาะช่อง เป็นลายก้านขดศิลปอยุธยา   เป็นงานแกะไม้ลงรักปิดทอง   ด้านล่างประดับกระจังปฏิภาณและกระจังรวน   บานประตูหน้าต่างประดับลายรดน้ำพุ่มข้าวบิณฑ์ หน้าขบก้านแย่ง   เพดานกรุไม้ทึบ   พื้นสีแดงชาด   ลายฉลุปิดด้วยทองคำเปลว มีเสาสี่เหลี่ยมหลบมุม มีบัวปลายเสาจำนวน 16 ต้น รองรับเครื่องบน